วันก่อนที่ไปตรวจครรภ์ก่อนคลอด 3 อาทิตย์กับคุณหมอที่โรงพยาบาล คุณหมอคุยให้ฟังถึงเรื่องระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของลูกจะเริ่มต้นที่จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในทางเดินอาหาร เราก็งงๆ มาพูดให้ฟังทำไมเลยถามว่ามันจำเป็นสำหรับเด็กสมัยนี้เหรอ? สมัยอานะไม่เห็นคุณหมอแนะนำ คุณหมอเลยเล่าให้ฟังที่แนะนำเพราะเห็นว่าตัวฝนเองก็มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ระบบทางเดินอาหารไม่ดี (ตามที่เคยโพสใน FB แล้วว่ามีอาการหนักมากในท้อง 2 นี้จนต้องไปรพ.) อีกทั้งฝนเองเคยเล่าให้คุณหมอฟังว่าอานะ (ลูกคนแรก) เจ็บป่วยง่ายมากๆ คุณหมอจึงอยากให้น้องอานา (ลูกคนที่ 2 ) มีภูมิคุ้มกันที่ดีและควรเสริมภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงได้ตั้งแต่ในท้องหรือหลังคลอดจนถึงอายุ 3 ปี ซึ่งภูมิคุ้มกันที่ดีจะช่วยให้ร่างกายไม่เจ็บป่วยง่าย เด็กที่เกิดมาจะมีพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่อง สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ

เท่าที่ฟังคุณหมอแนะนำก็นับว่าจำเป็นจริงๆ เพราะว่าอานะเองก็ได้รับนมแม่ไม่ถึง 6 เดือน ลูกคนแรกเลี้ยงดูอย่างลองผิดลองถูก อานะเองก็เจ็บป่วยง่ายมากยิ่งตอนนี้เข้าเตรียมอนุบาลเห็นชัดมากว่านิดหน่อยก็ต้องหยุดเรียนเหมือนภูมิคุ้มกันไม่ดี พัฒนาการค่อนข้างช้าบางเรื่องตามที่เคยเขียน Blog ไว้ครั้งที่แล้วว่าค่อนข้างช้ากว่าเด็กทั่วไปอาจจะเกี่ยวเนื่องก็เป็นได้

คุณหมอบอกว่านมแม่เป็นโภชนาการที่ดีที่สุดควรให้ลูกกินนมแม่ไปให้ได้นานเท่าที่จะทำได้ เพื่อช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติให้กับลูกตั้งแต่วันแรก หากมีความจำเป็นทำให้ไม่สามารถให้นมลูกได้ ควรเลือกโภชนาการเสริมที่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ เพื่อส่งเสริมให้เด็กๆ เจริญเติบโตอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ เพราะระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของมนุษย์เราจะเริ่มต้นที่ระบบทางเดินอาหาร โดยทางเดินอาหารนอกจากจะทำหน้าที่ย่อยและดูดซึมสารอาหารแล้ว ยังเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในการสร้างระบบภูมิคุ้มกันด้วย เพราะ 80% ของเซลล์สร้างภูมิคุ้มกันจะอยู่ในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งมีจุลินทรีย์อยู่ภายในกว่า 400-500 สายพันธุ์ ทั้งนี้เด็กจะได้รับภูมิคุ้มกันจาก 2 ส่วนคือ ภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากมารดา และภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นเอง โดยในช่วงแรกเกิด ทางเดินอาหารของเด็กจะปราศจากเชื้อ เด็กจึงได้รับจุลินทรีย์ธรรมชาติจากนมแม่และสิ่งแวดล้อม

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เด็กควรได้รับนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน หรือนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะการให้นมแม่นอกจากจะเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกแล้ว นมแม่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่ครบถ้วน อีกทั้งยังมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ได้แก่ “บิฟิดัส” ซึ่งประกอบด้วยจุลินทรีย์ 2 สายพันธุ์ คือ “บิฟิโดแบคทีเรียม” และ “แล็คโตบาซิลัส” ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ทารกที่ได้รับนมแม่แข็งแรงและมีสุขภาพดี โดยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์จะช่วยลดอาการท้องเสีย และการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ

พอฝนกลับมาบ้านเลยค้นหาความรู้เพิ่มเติมเรื่อง “บิฟิดัส” ทางอินเตอร์เน็ตอีกก็พบว่ามันจำเป็นจริงๆ

จุลินทรีย์สุขภาพ(บิฟิดัส)เป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ทุกคนมีสุขภาพดี แข็งแรง มนุษย์เราจะได้รับจุลินทรีย์ตัวนี้โดยอัตโนมัติอยู่แล้วตั้งแต่แรกเกิด ด้วยวิธีการคลอดแบบธรรมชาติ และน้ำนมมารดา

จุลินทรีย์มีประโยชน์กับร่างกายคนเราถึง 3 ระดับ คือ

ระดับที่ 1 มีผลต่อลำไส้ ในการจับกับผนังเยื่อบุทางเดินอาหารเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อก่อโรคเข้าไป สัมผัสกับเซลล์เยื่อบุ รวมไปถึงการปล่อยสารยั้บยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อก่อโรค

ระดับที่ 2 มีผลดีต่อเยื่อบุผิว ช่วยทำให้ชั้นเยื่อบุในทางเดินอาหารเรียงตัวแน่นขึ้น เพื่อกันไม่ให้เชื้อโรครุกล้ำผ่านเข้าไปได้ รวมถึงทำลายตัวรับสารพิษ (Toxin Receptor) อีกด้วย

ระดับที่ 3 มีผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน กระตุ้นภูมิคุ้มกันที่มีมาแต่กำเนิด (Innate Immunity) และควบคุมการทำงานของเดนดริติกเซลล์ (Dendritic Cell) และเม็ดเลือดขาวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัญหาคือหลายปีที่ผ่านมาสถิติการคลอดเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่คลอดแบบธรรมชาติมีน้ำนมเพียงพอสำหรับทารก กลับค่อยๆ มีอัตราการผ่าตัดคลอดและมีน้ำนมไม่เพียงพอหรือไม่มีน้ำนมให้ลูกเลยเพิ่มขึ้น เรื่อยๆ รวมถึงการผ่าตัดคลอดแบบปลอดเชื้อ การที่ทารกมีโอกาสสัมผัสกับจุลินทรีย์น้อยลง อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันหลังคลอดพัฒนาล่าช้ากว่าปกติ ส่งผลต่อความเสี่ยงการเกิดโรคระบบทางเดินอาหารอักเสบและโรคติดเชื้อ

ซึ่งท้องครั้งที่ 2 นี้ฝนเองก็ต้องใช้วิธีการคลอดแบบผ่าตัด ดังนั้นที่คุณหมอแนะนำเรื่อง “บิฟิดัส” นับว่าน่าสนใจและจะพยายามให้น้องอานาได้รับนมแม่ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งจากประสบการณ์เลี้ยงอานะมาแล้ว คงจะปรับการเลี้ยงดูสำหรับน้องอานาเสียใหม่ให้ได้รับนมแม่หรืออาหารเสริมที่มีประโยชน์มากที่สุด เพราะเรื่องพัฒนาการลูกเป็นสิ่งสำคัญ กว่าอานะจะเข้าที่เข้าทางก็ค่อนข้างนาน

แต่คุณหมอก็แนะนำมาอีกว่าไม่ต้องซีเรียสถ้าน้ำนมไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงลูกเรายังมีทางเลือกอื่นอีก เพราะสมัยนี้นมผงสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ยุคใหม่มีส่วนผสมของบิฟิดัสแล้ว ซึ่งช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันที่กล่าวมาข้างต้นได้เหมือนกัน  เพียงคุณแม่ตั้งครรภ์ดื่มเป็นประจำก็ส่งผลให้กับลูกน้อยในครรภ์ รวมทั้งคุณแม่หลังคลอดหากดื่มนมที่มีส่วนผสมของบิฟิดัสต่อเนื่องจะทำให้น้ำนมที่ให้ลูกน้อยมีประโยชน์สำหรับเด็กเพิ่มภูมิคุ้มกันได้ยิ่งขึ้น เด็กก็จะไม่เจ็บป่วยง่าย เดี๋ยวนี้ยุคสมัยเปลี่ยนวิวัฒนาการเรื่องการเลี้ยงดูลูกก็พัฒนาขึ้นด้วย  การที่นมผงมีฟิบิดัสเป็นส่วนประกอบแบบนี้อย่างน้อยก็ทำให้คุณแม่คลายกังวลและยิ่งมั่นใจได้ว่าลูกเราจะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงได้เช่นกัน

อีกไม่กี่อาทิตย์ก็คลอดแล้วตื่นเต้นจังเลย… กำหนดคลอดครั้งนี้เลือกวันคริสต์มาสเลยนะ อยากให้น้องอานาเป็นของขวัญให้อานะจอมแสบ เย้ๆ อานะจะเป็นพี่ชายแล้วนะครับ ^.^

_DSC2961

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s