เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ฝนหายใจไม่ออกมากเพราะเป็นหวัดเรื้อรังมานานจนต้องไปหาหมอที่รพ.พญาไท 3 วันนั้นฝนรีบลงรถหน้าตึกแล้วไปติดต่อเรื่องก่อนกลัวได้คิวช้า เกียงกับยายไปหาที่จอดรถบนตึก ฝนได้คิวหมอและขึ้นไปรักษาที่ชั้น 18 ยายพาอานะเดินขึ้นมาน้ำตาเปียกแก้ม แล้วบอกว่าอานะหกล้มตรงที่จอดรถ ปากไปกระแทกกับปูนกันไม่ให้รถไหล วันนั้นอานะแค่ร้องไห้และปากเจ่อไม่ได้มีอะไรผิดปรกติเพราะดูฟันแล้วก็ไม่มีโยกไม่มีแตก หลังจากกลับมาก็กินข้าวได้ปกติ ร่าเริงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ผ่านมาได้อาทิตย์กว่า… ฝนเริ่มเห็นฟันอานะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและค่อยๆ คล้ำ ก็คิดว่าสงสัยยายจะบีบยาสีฟันเยอะไปมั้ง ฟันอาจโดนฟลูออไรด์เยอะไป หรือไม่อาจเป็นเพราะติดโอวัลตินหรือเปล่า? เดี๋ยวถึงวันหยุดจะพาไปหาหมอ ตอนนี้ก็ลดเรื่องปริมาณยาสีฟันไปก่อน เวลาไปโรงเรียนก็อธิบายคุณครูไปตามนั้นเพราะคุณครูก็ถาม

รูปภาพ

เมื่อเข้าอาทิตย์ที่ 2 หลังเกิดเหตุ … ฝนเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ เพราะจะเป็นคนที่ชอบสังเกตร่างกายอานะทุกส่วนตลอด ยิ่งดูฟันที่มีปัญหากลับแย่ลงจากเหลืองคล้ำ ตอนนี้กลายเป็น “สีเทา” ชัดเจน คงปล่อยไว้ไม่ได้รีบลาหยุดทางโรงเรียนแล้วพาอานะไปโรงพยาบาล ก่อนหน้านี้ไปหาที่ รพ.พ… (เดิม) ห่วยมาก จำชื่อหมอไม่ได้ชีเป็นผู้หญิง แต่เคยมาตรวจฟันอานะตอน 2 ขวบเพื่อป้ายฟลูออไรด์ กับตอน 2 ขวบนิดๆ เพราะฝนเห็นเหมือนมีรอยผุจางบนฟัน จึงให้หมอฟันดูและจัดการให้หน่อย (อานะเลิกขวดนมช้า ทำให้มีฟันผุแค่ซี่ข้างฟันหน้าแต่เป็นรูขาวจางมาก) จำได้เลยวันนั้นหมอมองไม่เห็น จนเราต้องชี้เองแล้วบอกว่า “นี่ไงคะ..ตรงนี้” เริ่มคิดอยู่นะว่าทำไมแค่นี้ถึงมองไม่เห็นฟ่ะ หรือรำคาญที่เด็กร้องไห้ไม่ยอมตรวจ พอหมอเห็นก็เอาแค่เหล็กมาขูดตรงที่ชี้แล้วบอกว่า “ตื้นแบบนี้แปรงฟันบ่อยจะไม่ผุมากขึ้นค่ะ วันนี้ไม่ต้องทำอะไร” อืม… จากนั้นก็ทำความสะอาดช่องปากอานะและแจ้งให้จ่ายเงิน กลับบ้านได้ …..

แต่แจ็คพอตปรี๊ดแตกรอบตัดญาติขาดมิตรกับแผนกทันตกรรมที่รพ.นี้คือ เหตุการณ์เครียดครั้งนี้ ทางแผนกทันตกรรมลงคิวหมอคนเดิมให้เรา เพราะไม่มีหมอประจำ พอเล่าเหตุการณ์ว่าเมื่อสักครู่ไป LDC มา แต่หมอฟันเด็กไม่เข้ารักษาวันนี้ ทางจนท.สันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวกับที่เกิดอุบัติเหตุ “ล้ม” จึงรีบมาหาที่นี่แทน หมอฟังปุ๊บก็บอกว่า “ทำไรไม่ได้ ฟันตาย รอ 6-7 ขวบเดี๋ยวก็หลุดค่ะ ไม่มีอะไรเลย กลับบ้านได้ค่ะ บอกคุณพ่อเค้าด้วยไม่ต้องซีเรียส” ย้ำว่าไม่มีการเอ็กซเรย์ใดๆ หรือเปิดเน็ต เปิดเอกสารให้ดูเพื่อความสบายใจ แค่ดูฟันอานะแป๊บเดียว ไม่ได้เอาตัวส่องที่เป็นกระจกส่องด้านในฟันคู่หน้าด้วย พอมีผู้ช่วยมาช่วยจับอานะเดินเข้าห้อง หมอบอกว่าไม่ต้อง คนนี้เคสที่ 3 แล้ว ให้กลับบ้านได้ ไม่คิดเงิน แล้วหมอก็เดินออกไปจากห้องเร็วกว่าคนไข้อีก ปล่อยให้แม่และยายนั่งกันอย่าง..งงๆ.. อะไรวะ?????

รูปภาพ

จากนั้นก็ไม่ลดละโทรถามเพื่อนที่เป็นหมอฟันอยู่ฉะเชิงเทราถึงการรักษาในเคสนี้ ขอบคุณจี๊ดสำหรับข้อมูลนะจ๊ะ จี๊ดช่วยเป็นธุระโทรสอบถามลูกค้าที่เคยมีปัญหาเช่นนี้แต่รักษาที่กทม.ให้ด้วย สรุปได้ใจความเป็นแผนกทันตกรรม รพ.กรุงเทพ

หลังจากเสียใจที่ รพ.พ.. ทำอะไรไม่ได้ แล้วบริการไม่ดี เราจึงมาโพสใน Facebook ปรากฎว่าได้รับข้อมูลมากมายจากทางเพื่อนๆ ที่ต่างก็มาให้คำแนะนำ แชร์ประสบการณ์การรักษา โดยมีทั้งโทรมาและส่งข้อมูลมายังกล่องข้อความหรือโพสแสดงความคิดเห็น ดังนั้นก่อนตัดสินใจไป รพ.กรุงเทพ จึงเอาแหล่งที่ดีและใกล้บ้านที่สุดก่อนนั่นคือ รพ.BNH แถวสาทร

รูปภาพ

อานะนั่งในรถแบบไม่รู้ประสายังคงร่าเริงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดูจากรอยยิ้มแล้วมีแค่สีฟันผิดปกติ อานะไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ หลังล้ม แสดงอาการแค่ปากเจ่อ ไม่ได้แตกจนต้องเย็บด้วยซ้ำ วันนั้นฝนตกรถติดมากไปถึง รพ.BNH ตอนบ่าย 1 แต่จองคิวหมอฟันที่ รพ.กรุงเทพ ไว้ตอนบ่าย 3

เมื่อพบคุณหมอโสภิตสุดาท่านแนะนำดีมาก ส่งอานะไปเอ็กซเรย์ฟันทันทีและฝนก็เล่าอาการที่เกิดขึ้นให้ฟังคร่าวๆ คุณหมอได้รับแผ่นเอ็กซเรย์มาก็วิเคราะห์ให้ฝนกับเกียงเข้าใจและอธิบายตามทุกจุด รวมทั้งเปิดอ้างอิงการรักษาทั่วไปทางอินเตอร์เน็ตและเอกสารที่มีควบคู่ไปด้วย

รูปภาพ

สรุปใจความได้ดังนี้…

จากแผ่นเอ็กซเรย์ฟันอานะ (ในใบขาวรอยที่ฟันเกิดจากฟิล์ม) ฟันไม่ได้มีปัญหาเรื่องร้าว บิ่น แตก หรือร้ายแรงจนเป็นปัญหาสุขภาพช่องปากต่อเด็กจนมีผลถึงเรื่องการทานอาหาร การใช้ชีวิตประจำวัน เด็กยังคงร่าเริง สุขภาพจิตดี เหงือกปกติ ไม่ได้บวมหรือมีหนอง เพียงแค่ฟันสีคล้ำลงอาจดูไม่สวยงามสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งโดยธรรมชาติเด็กเล็กจะไม่สนใจเรื่องความสวยงามจึงไม่คิดว่าเป็นปัญหาในการใช้ชีวิต เพราะถึงส่องกระจกดูก็ยังไม่รู้เรื่องว่านี่คือความบกพร่อง คุณหมอแนะนำว่า “ถ้าจะให้ทำก็ทำได้ ด้วยการรักษารากฟันและครอบฟัน เหมือนเป็นการรื้อและทำใหม่ให้สวยงาม ความเจ็บปวดมันเป็นเรื่องทรมานสำหรับเด็ก ถ้าเค้ายังกินอิ่มนอนหลับสุขภาพจิตดีร่าเริง หมอกับผู้ช่วยหมอไม่แนะนำให้ทำ อย่าทำร้ายเขาเลย มันเจ็บมาก เพราะไม่ใช่แค่ครั้งเดียวจบ ยังคงต้องติดตามอาการ เด็กจะร้องทรมานเป็นชั่วโมงบนเตียงรักษาและต้องพันตัวตลอดเวลา จากผลเอ็กซเรย์ฟันแท้ที่กำลังรอขึ้นไม่ได้มีผลกับอุบัติเหตุครั้งนี้ ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องสีฟันแน่นอน แต่ต้องรอช่วง 6-7 ขวบที่ฟันจะหลุดไปเอง”

ฝนน้ำตาคลอเลยตอนที่ได้ยิน ความคิดมันตีกันไปหมด “นี่ฉันจะเลือกให้ฉันสบายใจ หรือเลือกให้ลูกเป็นแบบนี้” “เรารักลูกที่อะไร..ทำไมแค่ฟันเทาจะไม่รักเหรอ” “ความผิดมันเป็นของเราเองที่วันนั้นป่วย ถ้าทนอีกวันหนึ่งมันจะตายไหม” “ที่ลูกเป็นแบบนี้ก็เพราะเราแล้วยังจะให้เขามาทรมานอีก”

บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

หมอมองหน้าแล้วย้ำว่าวิธีการรักษามันมีแน่นอน คุณแม่ต้องเข้าใจว่าการรักษาทุกขั้นตอนจะมีการเจ็บปวดเกิดขึ้น เราก็พยักหน้ารับ.. แต่ความรู้สึกในใจมันเจ็บจี๊ดที่สุดแล้ว.. ฉันเสียใจที่สุด.. โอเคฉันรักอานะ ฉันยอมไม่ทรมานลูก หมอบอกว่าขอเวลาสัก 3 อาทิตย์ให้พ่อแม่กลับไปคิดดูว่าจะรักษาไหม? รับได้ไหม? หรือว่าฟันมีสีที่จางลงบ้างนิดหน่อยไหม? แล้วอยากจะให้รักษาก็กลับมา จากนั้นฝนก็เดินคอตกออกไป แต่ตาแดงแล้วล่ะรู้ตัวเลย ไม่ได้หมดหวัง แต่รู้สึกถึง “ใจเขา ใจเรา” มากกว่า คือ จะให้ลูกเจ็บเพื่อ???….

ระหว่างเกียงจ่ายเงินค่ารักษา ฝนก็เดินมาเข้าห้องน้ำเจอคุณหมอ คุณหมอบอกว่า “รู้ว่าคุณแม่เสียใจ อย่าคิดมากนะคะ มันเป็นอุบัิติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เราเลือกได้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ถ้าเขาเป็นลูกหมอ หมอเองก็ไม่ทำเพราะสงสาร เวลาผ่านไปเร็วค่ะ อีก 3-4 ปีก็สามารถเอาออกแล้วใส่ฟันปลอมได้ระหว่างที่รอฟันใหม่ขึ้น ลองคิดดูนะคะ” เราก็ยิ้มให้แล้วก็คิดๆๆๆๆ

ขึ้นรถปุ๊บพอเกียงทักว่าเป็นอะไรก็ร้องไห้ปั๊บ มันรู้สึกแบบแย่มากที่ต้องเห็นฟันสีเทา 2 คู่หน้าแบบนี้ของอานะในช่วงวัยที่เขาน่ารัก ใครๆ ก็รู้ว่าอานะเป็นเด็กยิ้มกวนๆ มีสไตล์ในรอยยิ้มแบบชั๊คกี้ เราเป็นครอบครัวที่ชอบถ่ายภาพลูกเก็บไว้ ตอนนี้ทั้งบ้านก็เซ็งพอกัน ยายบอกอย่าทำหลานเลย อานะเป็นเด็กสุขภาพจิตดี ถ้าโดนทำฟันแล้วกลัว ร้องไห้จนกลัวโรงพยาบาล หรือกลัวหมอขึ้นมาจะลำบาก และถ้าต้องวางยาสลบตามที่หมอแนะนำว่าถ้าไม่อยากให้ร้องในกรณีที่เด็กไม่ยอมให้ความร่วมมือ ตื่นมากลายเป็นเงียบหรือไม่ฉลาดแบบที่ท่องศัพท์ จำนู่นนี่นั่นได้ จะรับไหวเหรอ.. เลือกที่ไม่ทำนั่นแหละดีสุด

กลับมาบ้านฝนนอยมาก นั่งมองอานะแล้วรู้สึกผิดมากกกกกกกกกกกกก ย้อนเหตุการณ์วันนั้นมันไม่มีใครผิด เพราะทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำกันหมด เกียงถอยรถเข้าที่จอด ยายเอาอานะลงและหยิบของ ฝนไม่อยู่เพราะขึ้นไปจองคิวหมอบนชั้น 18 … อานะล้ม … มันช่างเป็นความซวยที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ไม่โทษใคร แต่ขอรับผิดเองที่ไป รพ.วันนั้น

จริงๆ ช่วงอายุเข้า 3 ขวบของอานะ ฝนตั้งใจจะให้อานะไปเข้าแคมป์จะได้เจอสังคมใหม่ เพื่อนใหม่ แต่พอเกิดเหตุการณ์ตรงนี้เลยอยากให้อานะเข้าใจตัวเองมากขึ้นก่อน ไม่อยากให้อายที่โดนเพื่อนล้อ เพราะในช่วงวัยเดียวกันจะมีเด็กที่รู้เรื่องกว่า พูดจารู้เรื่อง ต้องถาม ต้องล้อแน่นอน เลยบอกอานะเสมอหลังจากกลับมาว่า “ฟัน 2 ซี่หน้าของอานะเป็นฟันที่นางฟ้าให้มา ไม่มีเด็กคนไหนเขามีกัน เพราะอานะเป็นเด็กดีไงจึงไม่เหมือนใคร” ตอนนี้ก็แจ้งคุณครูไปแล้วให้บอกเพื่อนอานะแบบนี้ เพราะฝนคงไม่ยินดีที่จะเห็นเด็กคนอื่นมาล้อเรื่องฟันดำ ฟันเทา เรื่องแบบนี้ไม่เกิดกับใครก็คงไม่เข้าใจ ฝนเลือกรักลูกโดยไม่ทรมานเพื่อสุขภาพจิตของตัวเอง ดังนั้นเราก็ต้องเสริมสุขภาพจิตลูกให้แข็งแรงก่อนไปใช้ชีวิตในสังคมใหญ่

รูปภาพ

ตอนนี้อานะอยากได้อะไรแม่จัดให้หมด เคยคิดให้อานะหยุดพวกตัวอักษรภาษาอังกฤษชั่วคราวหรืองดจดจำศัพท์ใหม่ๆ  แต่เมื่อเจอเรื่องแบบนี้เลยให้สิ่งที่ลูกรักไว้ก่อน แม่ก็ชอบที่จะสอน เอาเป็นว่าซัมเมอร์นี้เราจะอยู่ด้วยกัน ทุกวันนี้กอดอานะบ่อยขึ้นและรักมากยิ่งขึ้น

สำหรับปัญหาเรื่องฟันเทา (ฟันตาย) เราคงรอให้ถึง 6 ขวบแล้วถอนออกและใส่ฟันปลอมระหว่างรอฟันใหม่ โดยตั้งใจไว้ว่าถ้าอานะย้ายโรงเรียนไปเข้า ป.1 ที่อื่นจะถอนทิ้งทั้งคู่ซึ่งช่วงนั้นอานะก็คงรู้เรื่องและเข้าใจในสิ่งต่างๆ มากขึ้น หรือไม่ก็อาจเกิดเหตุการณ์ซ้ำอีกแต่รอบนี้ถ้าจะเป็นอะไรก็ให้หักเลยนะลูก เจ็บแล้วจบไปเลย ……….

ลาก่อนรอยยิ้มแบบชั๊คกี้ ขอให้เหตุการณ์แบบนี้อย่าเกิดขึ้นกับน้องท่านไหนอีกเลย

รูปภาพ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s