จริงๆ ทางบ้านตั้งใจให้อานะเข้าเรียนตอนอนุบาล 1  (รอครบ 3 ขวบ) แต่เมื่อมาเจอปัญหาภาวะพูดช้าและมีโลกส่วนตัวสูง จึงเป็นการดีที่จะลองทำตามคุณหมอได้เคยแนะนำไว้และมีเพื่อนผู้ปกครองท่านอื่นเคยบอกมาว่าการเข้าโรงเรียนจะเป็นการทำให้เด็กเจอสังคมใหม่ เด็กจะพูดเก่งขึ้น และเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น

ฝนเลือกโรงเรียนปาลินาให้อานะซึ่งเป็นโรงเรียนทางเลือกไม่เน้นวิชาการ โดยฝนได้ศึกษาโรงเรียนนี้มาตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์อ่อนๆ เพราะว่ามีรุ่นพี่ท่านหนึ่งใน jeban เขียน Blog เกี่ยวกับลูกและเขียนเรื่องราวกล่าวถึงชีวิตของเด็กในโรงเรียนนี้ไว้จนเราคิดว่าลูกเราควรเรียนที่นี่มากกว่าที่อื่น การเรียนการสอนที่นี่น่าสนใจ เด็กดูเป็นเด็กมากๆ จากนั้นก็ลองไปอ่านรีวิวคุณแม่ท่านอื่นเกี่ยวกับโรงเรียนนี้ ดังนั้นสรุปโดยรวมที่ให้อานะเรียนก็เพราะว่าตอบโจทย์ตรงกับความเป็นตัวตนของเด็กมากที่สุด สอนเด็กได้อย่างสมวัย ไม่เน้นวิชาการ

วันที่พาอานะไปสมัครเรียนวันแรกได้พบกับครูใหญ่เพื่อเทสต์เด็ก ที่นี่จะเทสต์ด้วยการพูดคุยกับเด็กและผู้ปกครอง สอบถามถึงความจำนงค์ว่าทำไมให้เด็กเรียนที่นี่ ชี้แจงวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอนว่าทางโรงเรียนจะไม่เน้นวิชาการ ครูใหญ่กลัวผู้ปกครองคาดหวังว่าสิ่งที่ลูกเราได้รับจะเหมือนพวกโรงเรียนวิชาการใหญ่ๆ ที่ต้องยัดการเรียนให้แน่นในแต่ละวันและเด็กต้องอ่านออกเขียนได้อย่างเร็วที่สุด โดยต้องหัดเขียน เรียน ท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง สำหรับการเทสต์เด็กที่นี่ครูใหญ่จะสอบถามชื่อและพูดคุยกับเด็กว่าตอบคำถามได้มากน้อยแค่ไหน ต่อบล๊อค หรือรู้จักสิ่งรอบตัวเล็กๆ น้อยๆ ได้บ้างไหม? และช่วยเหลือตัวเองได้หรือยัง? เพื่อที่จะประเมินว่าทางโรงเรียนจะช่วยเหลือหรือเสริมอะไรให้เด็กต่อไป แต่ส่วนใหญ่ก็ต้องเริ่มต้นกันที่ Pre-K ก่อนสำหรับเด็กที่อายุไม่ถึง 3 ขวบ

599757_10151500054487416_1678595833_n

วันแรกของอานะที่ได้เรียนซัมเมอร์ที่่นี่ ( ครูใหญ่แนะนำว่าเด็กต้องเรียนซัมเมอร์ 1 ภาคเรียนก่อนเรียนจริง เพื่อให้เด็กคุ้นชินกับเพื่อนในห้องและคุณครู รวมทั้งจะได้ปรับตัวเรื่องการกินอยู่หรือนอนกลางวันได้) เมื่อถึงโรงเรียนอานะไม่มีการร้องไห้โยเยสักคำ ลงรถแต่โดยดี อาการที่แสดงให้เห็นคือ ทำหน้างงเวลามีคุณครูจูงเข้าไปในห้องเรียน ซึ่งที่โรงเรียนนี้เรามีสิทธิ์ส่งลูกได้แค่ประตูกั้นทางเดินเข้าชั้น 1 ไม่ให้พ่อแม่เข้าไปในตัวตึกที่เป็นห้องเรียน โดยเด็กนักเรียน Pre-K อนุบาล 1-2-3 จะเรียนแค่ชั้น 1 ชั้นเดียว (ทางครอบครัวเราชอบนะคะ รู้สึกว่าโรงเรียนนี้ปลอดภัยดี เพราะถ้าเด็กต้องขึ้นลงบันไดอาจมีพลัดตกลงมาได้ ทางโรงเรียนก็กั้นระหว่างชั้น 1 และ 2 ไว้ดีมาก)

สำหรับชั้น 2 จะเป็นพวกห้องสมุดหรือห้องกิจกรรมที่จะขึ้นไปได้ต้องมีคุณครูคุม พ่อแม่ไม่มีสิทธิ์ไปแอบดูลูกตามหน้าต่างหรือประตูได้อีก จะยืนดูก็แค่โซนนอก ถ้าเด็กเข้าห้องเรียนแล้วคือมองไม่เห็น  ดังนั้นหากต้องการจะรู้ว่าทางโรงเรียนเค้าเลี้ยงดูลูกเราดีแค่ไหนตรงนี้ต้องใช้ความวางใจของเราเอง ซึ่งแรกๆ บอกตามตรงว่าฝนเองก็อยากรู้อยากเห็นนะว่าอานะจะเป็นอย่างไร เค้าจะเลี้ยงลูกเราดีไหม? (ตรงนี้ต้องติดตามในภาคต่อไป มีคำตอบให้แน่นอนค่ะ)

Image

ภาพบนคือ ภาพที่คุณครูมารับอานะไปยังห้องเรียน ห้องเรียนไม่ไกลจากประตูที่ส่งลูก แต่ถ่ายได้ใกล้สุดแค่นี้ อานะเดินหน้าลอย ไม่เคยหวาดกลัวใดๆ 555 เยี่ยมยอดมาก ตั้งแต่อานะไปเรียนก็ไม่เคยร้องไห้หรือกลัวโรงเรียน อานะชอบมากด้วยซ้ำ คงเป็นเพราะมีเพื่อนเยอะและได้เจอสังคมใหม่ มีเพื่อนรุ่นเดียวกัน ได้ทำอะไรเหมือนๆ กันหรือสนุกสนานร่วมกัน

Image

อานะได้พบมิตรภาพใหม่จากที่นี่อย่างรวดเร็ว ที่นี่รับเด็กน้อย ตอนอานะเรียนมีเด็กแค่ 10 คนต่อครู 2 ท่าน ไม่ได้รับเด็กเยอะมาก จำกัดเด็กต่อห้องอย่างเหมาะสม

Image

ปัญหาของอานะมีนิดเดียวนั่นคือ ร้องไห้ไม่ยอมกลับบ้าน (เป็นบางวัน) มักวิ่งไปกอดครูไม่ก็ทิ้งตัวลงพื้นไม่ยอมเดิน เหมือนเขาสนุกที่ได้มาโรงเรียน แต่ก็ต้องทำใจนะ เวลาส่งลูกมาโรงเรียนเรื่องน้ำหนักที่เคยขึ้นหลายกิโลมันจะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเด็กอาจติดเล่นเวลาทานอาหาร คุณครูอาจไม่ได้ป้อนเด็กให้ทั่วถึงครบทุกคนเพราะมีเวลาจำกัด แต่ก็เข้าใจค่ะ 🙂

ช่วงซัมเมอร์เด็กจะเข้าเรียน 09.00-12.00 น.

เมื่อผ่านสัปดาห์แรกไปจะขยับเวลารับกลับเป็น 14.00 น.

62688_10151494755882416_1963911605_n

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของอานะ?

– อานะกลับมาบ้านเริ่มมีการสนทนาโต้ตอบได้นิดหน่อย คือ พอเราถาม เขาก็ตอบ ไม่ได้เป็นประโยคยาวๆ แต่รู้สึกดีที่ไม่นิ่งแบบเมื่อก่อน พัฒนาการที่ดีอีกอย่างหนึ่งคือ อานะหยิบแปรงสีฟันแปรงเองได้  เริ่มมีการเล่นจ๊ะเอ๋กับคนในบ้าน ถอดรองเท้าพวกคัชชูเองก่อนเข้าบ้านได้ และเล่นไอพอตน้อยลง แต่กลับมาสนใจหนังสือด้วยการเปิดเล่นหรือวิ่งนำมาให้เราอ่าน แม้เขาจะไม่พูด แต่เราก็จะพูดถามเขาว่า “ให้แม่อ่านให้ฟังเหรอ? อ๋อ นี่ตัวอะไรนะ? อานะรู้ไหม?” คราวนี้อานะก็จะทำแบบนี้ทุกครั้งเมื่อเจอหนังสืออะไรที่สนใจจะหยิบมาให้เราก่อน เราก็ต้องสละเวลามาเล่นกับเขาอย่างสนใจ พัฒนาการของลูกถึงจะดีขึ้นตามลำดับ

จบซัมเมอร์ได้อะไรบ้าง?

– ช่วงเวลาที่ไปรับลูกทุกวันจะสอบถามคุณครูและแจ้งปัญหาของอานะไปก่อนหน้านี้แล้วว่าเขาพูดช้า ดังนั้นคุณครูก็จะเล่าให้ฟังถึงพฤติกรรมในห้องว่าดื้อไหม? พูดได้เยอะหรือยัง? ถามแล้วตอบไหม? แต่ที่แน่ๆ คุณครูชมว่าอานะเป็นเด็กร่าเริง ไม่เคยร้องไห้ ไม่เคยรังแกเพื่อน แต่ใครอย่ามาแย่งของจากมือในขณะที่เขาสนใจ อานะจะดึงกลับทันที เหมือนยังต้องสอนว่าควรแบ่งปันให้เพื่อนบ้าง

ทางครอบครัวเราพอใจอย่างมากที่พฤติกรรมอานะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ดังนั้นจึงต้องรอให้เขาเข้าเรียน Pre-K อย่างเดียวในช่วงเปิดภาคเรียนว่าจะมีอะไรดีๆ ตามมาอีกหรือไม่ 

487652_10151496670622416_521597890_n

โปรดติดตามอ่านตอนต่อไปนะคะ ^_^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s