ในวันที่ 2 พฤษภาคม 52

วันนี้จะพาไปดูสถานที่พักกันก่อนนะจ๊ะ เป็นอาคารปริยัติธรรมชั้น 2

ด้านนอกมีบริเวณไว้ตากผ้า ห้องน้ำก็อยู่ด้านนอกนี้เช่นกัน

วันนี้ได้เดินจงกรม วิปัสสนากรรมฐานอย่างเต็มกำลัง

ตื่นทำวัตรเช้ากัน ตี 3 และก็เสร็จประมาณ 6 โมง

ทานข้าวช่วง 7 โมง และก็พักผ่อนเล็กน้อย ก่อนจะไปวิปัสสนากันอีกครั้งที่ศาลา ร.5

ภาพด้านล่าง คือ ภาพตอนออกจากศาลาแล้วหลังจากไปปฏิบัติธรรม

คุณดูแล้วกันว่าคนมันเยอะแค่ไหน สุดยอด ใครทนได้ ก็ทน

แต่นี่คือ สิ่งที่มาทดสอบจิตใจให้เราฝ่าฟันมันให้ได้ครบ 3 วัน

ใครทำได้แค่ไหน ก็ได้รับความรู้และบุญบารมีแค่นั้น

จากภาพยังน้อยไป คุณไปเดินสถานที่จริงนี่สุดยอด คนละลานตา

ที่วางรองเท้ามีสองฟาก และก็เยอะมากมาย

บรรยากาศต้นไม้ในวัดดูร่มรื่น มีกระรอก กระแตมากมาย ดูแล้วเพลินตา

ฝนจอดรถตรงนั้น วันกลับนี่…แบบว่า….ขี้นกกระจายเต็มหลังคา

บรรยากาศโดยรอบมีที่สักการะสำคัญๆ ให้เราได้กราบไหว้

กุฏิหลวงพ่อจรัญ ห้ามชีชุดขาวเข้าเด็ดขาด เพราะไม่เหมาะสมนะคะ

อิริยาบถพวกเราเวลาไร้ Make Up โอ้ว GoD กลับมาสิวอุดตันเต็มแก้มเลย

เตรียมตัวชมรีวิวเจาะสิว (ด้วยปลายเข็มฉีดยาเร็วๆ นี้ ทำแล้วเหลือแต่กำลังถ่ายภาพแผลวันต่อวันค่ะ)

วันที่สองนี้ ฝนได้ตั้งใจนั่งวิปัสสนากรรมฐานอย่างเต็มที่ จะมี 3 บัลลังค์

คือ เดิน 15 นั่ง 15 และ เดิน 30 นั่ง 30 และ เดิน 35 นั่ง 35 >> นาทีค่ะ

วิธีการก็คือ ทำจิตให้สงบ กำหนดลมหายใจมาที่ลิ้นปี่แล้วก็ภาวนาตั้งจิต เดินขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ

เดินไป 5 จุด และเดินกลับเมื่อครบเวลาก็เปลี่ยนอิริยาบทเป็นท่านั่งสมาธิ

กำหนดจิตยุบหนอ พองหนอ ให้อยู่ตรงสะดือ อย่าให้สติวอกแวก ไม่งั้นก็ต้องเดินใหม่

การปวดเมื่อย ถือว่าเป็น “เวทนหนอ” ร่างกายมันไม่ไหว เปลี่ยนอิริยาบถได้

ก็ท่องไว้ว่า “เมื่อยหนอ เปลี่ยนท่าหนอ” ทำให้มีสติและปฏิบัติต่อ

กรณียุงกัดฝนใช้วิธี ยืนนิ่ง หรือนั่งนิ่ง และท่อง “สัตเพ สัตตา ฯ” บทนี้เพื่อให้ยุงละจากเรา

อดทนให้มาก บอกว่าเรากำลังตั้งจิตอยู่อย่าขัดขวาง ก็ทึ่งดี ยุงก็กินจากไปโดยที่เราไม่ต้องตบมัน

ก็ผ่านมาได้ด้วยดี รอบตอนกลางคืนฝนได้ระลึกเห็นว่าเราเคยทำกรรมไว้ด้วย

เห็นภาพสี่เหลี่ยมๆ ลอยเข้ามา เมื่อตั้งจิตเพ่งจะเห็นเป็นตู้ปลา ทำให้นึกได้ว่าเคยทำบาปไว้

เคยไปซื้อปลาหางนกยูงแบบถุงละเป็นร้อยตัว มาใส่ในตู้เล็กๆ และมันก็ตายไปเอง ไม่มีอากาศหายใจ

ปลาทองที่เลี้ยงไว้มันไม่มีอาหารกินก็กินกันไป เมื่อระลึกได้ก็เสียใจ ได้แต่อุทิศส่วนกุศลไปให้

จะมั่นเพียรทำบุญและกรวดน้ำไปให้ อยากให้ลด ละ ความพยาบาทต่อกัน แม้จะช้าไป แต่ฝนสำนึกแล้ว

จริงๆ วันที่นั่งตอนเช้าก็รู้สึกวูบๆ วาบๆ บอกไม่ถูก แต่เอาเป็นว่าให้มันผ่านไปละกัน กลัวมาก

ไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก.. ที่หลายคนไม่ยอมปิดมือถือ

ถ้าคุณละไม่ได้ ก็ไม่ควรจะมาใช้ชีวิตถือศีลร่วมกับผู้อื่น นับว่ารบกวนมากเวลาที่โทรศัพท์ดัง

และเบื่อมากกับพวกบ้าอำนาจ เก๋าเกมในโรงอาหารที่ใช้วาจาแดกดันผู้ที่มาบวช

เราไม่ได้ขอข้าวคุณกินนะ จะให้ซื้อก็ได้ ไม่เห็นต้องพูดจาแบบเหมือนเรามาขอทานอาหาร

เอาเป็นว่าอโหสิกรรมต่อกันแล้วกัน จบๆ ไปไม่อยากติดใจนาน

ในวันที่ 3 พฤษภาคม 52

เช้าวันรุ่งขึ้นก็ลาศีล ตื่นตี 2 ครึ่ง วันนี้ฝนฟิตมาก ตื่นปุ๊บไปอาบน้ำปั๊บ

พระเจ้า.. สร้อยและพระเลี่ยมทองที่ถอดตอนอาบน้ำดันลืมหยิบขึ้นมา

รู้สึกตัวอีกทีก็ขึ้นมาห้องพักแล้ว ต้องวิ่งกลับไปลืมสภาพชีไปเลย

เจอคนดีมากเค้าตั้งใจจะคืนเราพอดี ที่ฝนเลือกใส่คือจะใส่ตอนนั่งทำสมาธิเพราะกลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นแค่นั้น

ถ้าหายแม่เล่นงานแน่เพราะสร้อยของแม่ด้วย ปกติฝนไม่ใส่เครื่องประดับเพราะเป็นคนไม่ค่อยดูแลของ

เราไปรวมตัวกันที่ศาลา ร.5 ตอนตี 4 และเดินจงกรม นั่งวิปัสสนาเหมือนเดิม

จน 7 โมงทานอาหารเช้าและลาศีลตอน 8 โมง ดูสภาพคนชั้น 2 นะคะ เดินรอลงบันไดแบบหายใจไม่ออก

ฝนคงเป็นคนเดียวที่ถือกล้องในการไปครั้งนี้ เพราะเห็นคนอื่นๆ ใช้มือถือถ่ายกันอ่ะ

และรู้สึกเราจะถ่ายรูปอย่างเปิดเผยมากมาย หุหุ

ก่อนกลับใครที่หยิบยืมเสื้อผ้าและของใช้ที่นี่มาก็ควรไปคืนที่โรงซัก

และเพื่อเป็นการช่วยเหลือทางวัด ควรบริจาคปัจจัยเพื่อนำรายได้ไปใช้จ่ายภายในวัดด้วยจะดีมากค่ะ

ที่นี่ไม่มีเด็กวัด มีแต่พระทำงาน และอาสาสมัครที่มาทำงานให้ด้วยความเต็มใจ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s