สาเหตุที่ไปนั่งวิปัสสนากรรมฐาน

จริงๆ แล้วเกิดจากการที่รู้สึกว่าว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว ข้างกายเหมือนมีคนอื่นอยู่ เป็นมานาน นานมาก
“ถ้าผึ้งได้อ่านนะ… มึงเข้าใจกูหรือยังว่าทำไม กูไม่ชอบปิดไฟนอน ทำไมอยู่คนเดียวไม่ได้ ทำไมถึงทักนู่นทักนี่”
ส่วนไอ้กาน “แกนอนกับฉันก็พอจะรู้อยู่ และเรื่องที่เราคุยกันก็ประมาณนั้นแหละ”
คนเดียวที่อยู่ได้ คือ เกียง เราสามารถอยู่ได้แบบไม่กลัวอะไร ปิดไฟนอนก็ได้ รู้สึกปลอดภัยดี

ความ ข้องใจตรงนี้ทำให้อยากรู้ว่ามันคืออะไร ถ้าถามเรื่องหมอดู ฝนก็ดูมาเยอะ แต่ไม่เคยดูแบบที่คุณฝ้ายแนะนำ ยิ่งเลืองลือว่าดูกรรมก็เลยทำให้อยากรู้ว่าชีวิตเราอะไรนักหนาวะเนี้ย !! ตอนดีก็ดีใจหาย ตอนเสียก็แทบจะหมดทุกสิ่ง ทุกอย่าง เป็นทุกข์มากมาย

ผล ที่ได้จากการดู คือ รู้ว่า.. คู่ในชาติที่แล้วเค้ายังไม่ไปเกิด และก็วนเวียนอยู่กับเรา เราได้ไปเกิดกับคู่รักในชาติที่แล้วพร้อมกัน นั่นคือ “เกียง”

ว่ากันว่า.. เกียงกับฝนเป็นคู่พรหมลิขิตจะเลิกกันไป นานเท่าใดก็ต้องกลับมา
เพื่อนสนิท & และเพื่อนหอการค้าฯ ก็คงเข้าใจแล้วใช่ไหม…
ว่าทำไมฝนต้องกลืนน้ำลายตัวเองแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
ก็หลายครั้งที่เราเลิกกันไป ตั้งแต่สิบกว่าปีที่แล้ว จนมา 5-6 ปีที่แล้ว
และ ณ วันนี้ก็เด้งกลับมาคบกันอีก แปลกดี !!

ดังนั้นขอให้เรารักษาสัมธภาพที่ดีต่อกันไว้
ถ้ารู้ว่าอะไรที่เราไม่ชอบ ก็จูนกันให้ติดเถอะ
เพราะการเลิกลาไม่ใช่สิ่งที่ปรารถนาในชีวิตคู่
เกียงบอกกับฝนว่าไม่อยากตามหาใคร…….. ฝนก็เช่นกัน………..
ขอให้เราได้เป็นคู่แท้จริงๆ สะทีเถอะ
มีคนให้ทะเลาะ ให้กัด ก็ดีกว่าชีวิตอยู่อย่างไม่มีจุดหมาย ไม่มีเพื่อนคู่ใจ

( แล้วคุณหมอกระปุกก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตให้ฟัง )

สิ่งที่เกิดกับเรา ณ ตอนนั้นเมื่อฟังจบ คือ ร้องไห้ออกมา
เพราะว่าเหมือนโลกทั้งโลกที่มันมืด มันสว่างขึ้น
และเป็นจริงอย่างที่เรารู้สึกว่าเราไม่ได้รู้สึกถึงสิ่งเร้นลับนี้คนเดียว
ตอนพิมพ์ให้อ่านก็จะร้องไห้ เพราะคุณไม่เป็นฉันจะไม่รู้เลยว่าพอความมืดของทุกวันมาถึง
และต้องอยู่คนเดียว มันเย็นสันหลังขนาดไหน

กรรมคือสิ่งที่ติดตัวมา แม้จะแก้ไขได้ไม่หมด
อย่างน้อยถ้าได้ทำให้มันเบาบางลงและเพียงเพื่อให้เจ้ากรรม นายเวร อโหสิฯ ให้
ฝนก็ยินดีเป็นอย่างสูงที่จะทำให้

รายละเอียดทั่วๆ ในการดูขอไม่เล่าเยอะนะคะ
เพราะว่าก็ได้คุยหลายเรื่องวันนั้น

คำแนะนำที่ได้ คือ ต้องบวชให้คนที่รักเราในชาติที่แล้วด้วยความเต็มใจและอุทิศผลบุญให้แก่เค้า บริจาคเลือด ถวายโลงศพ ชุดผ้าขาว และถวายผ้าไตร สังฆทาน และมีบทอุทิศส่วนกุศลที่ต้องระลึกถึงเค้า

สำหรับเรื่อง “แม่”

เป็นอีกบุคคลที่ชาตินี้เกิดมาใช้กรรมเรา เพราะชาติที่แล้วก็เป็นแม่เรามาก่อนเช่นกัน เพียงแต่ว่าทำร้ายเราทุกอย่าง ( หมอเล่าให้ฟังนะ แต่ฝนขอไม่เล่ารายละเอียดใน Blog และกัน ) ในชาตินี้รู้สึกได้ว่าแม่ดีกับเราทุกอย่างนะ ขออะไรก็ได้ ได้ง่ายมากด้วย ( เช่น เมื่อก่อนขอรถวันอังคาร แต่วันพฤหัสฯ ในอาทิตย์เดียวกันก็ออกให้เลย เพื่อนงง.. ทำไมแม่มึงใจดี และอีกหลายต่อหลายเรื่อง ) แต่เราเนี่ย.. ดื้อใส่มากกกก เอาแต่ใจ บางสิ่งบางอย่างแม่ยังทำให้อยู่เลย นั่งทำงานก็มีข้าวมาประเคนให้ถึงหน้าคอมฯ พอวันว่างแม่ก็มาล้างรถให้ ( ฝนไม่ได้ขอให้เค้าล้างนะ เพราะรู้ว่าล้างเสร็จก็บ่นใส่ แต่แม่ก็ชอบทำสะงั้น) เพื่อนหลายคนบอกแม่ฝนดีมาก ทำไมแกทำไรไม่นึกถึงแม่บ้าง?? ตอนนั้นมันก็เด็ก แต่ตอนนี้เริ่มพยายามอ่อนลง ทุกวันนี้รักแม่มาก พยายามจะแสดงออกว่ารัก ( แต่ปากนี้ไม่ยอมพูดแหะ ใช้เป็นการกระทำแทน ) รู้ว่า.. แม้จะสายไป เพราะเราควรจะรักและเป็นห่วงเค้าตั้งแต่ลืมตาดูโลก แต่ทุกวันนี้จะทำให้ดีที่สุด เพราะในขณะที่เราโตขึ้น แม่ก็จะแก่ลง อืม..

ความในใจ

นั่งวิปัสสนากรรมฐานครั้งแรกไปตอน ม.ปลาย กับโรงเรียน ไปที่วัดอัมพวันนี่แหละ
แต่เหมือนเอาใบประกาศนียบัตรจริยธรรม
มันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลย เพราะไม่รู้สำนึกถึงการนั่งวิปัสสนากรรมฐาน แค่รู้สึกว่ามันคือ เข้าค่าย

แต่ไปครั้งนี้ขอเรียกว่าเป็นครั้งแรกก็เพราะว่า.. ฝนไปอย่างมีสติ..
มีความตั้งใจ และพยายามลด ละ เลิก ความฟุ้งซ่าน

นานาจิตตัง มันก็เป็นแค่เรื่องราวของคน 1 คน กับความเชื่อที่แตกต่างจากคนอื่นๆ
ชีวิตย่อมเป็นไปตามกรรม สัตว์โลกเอ๋ย …

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s